ใครที่ใช้ aMSN อยู่รวมถึงผมด้วย ก็จะรำคาญกับการส่งไฟล์ให้เพื่อนใช่ไหมครับ เพราะมันลากมาวางในหน้าต่างส่งไม่ได้ทั้งๆ ที่ตัวมันเองรองรับความสามารถนี้อยู่แล้ว ตะกี้ผมไปพบวิธีทำใน Internet มาเลยบันทึกไว้กันลืมและหลายคนจะได้นำไปใช้กันด้วย
ก่อนอื่นต้องติดตั้ง cvs ก่อน
$ sudo apt-get install cvs
เมื่อได้แล้วก็ทำการ check out files มาจาก server
$ mkdir tmp
$ cd tmp
$ cvs -z3 -d:pserver:anonymous@tkdnd.cvs.sourceforge.net:/cvsroot/tkdnd login (Enter ผ่านได้เลย)
$ cvs -z3 -d:pserver:anonymous@tkdnd.cvs.sourceforge.net:/cvsroot/tkdnd co -P tkdnd/lib
$ sudo mkdir /usr/lib/amsn/utils/tkdnd
$ sudo cp tkdnd/lib/*.tcl /usr/lib/amsn/utils/tkdnd
$ sudo cp tkdnd/lib/Linux/*.so /usr/lib/amsn/utils/tkdnd
แล้วทำการ restart sMSN ใหม่ ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ
ถ้าใครขี้เกียจติดตั้ง cvs ผมได้ tar ตัว tkdnd ไว้ให้แล้วสามารถ download ได้ที่ http://share.mrchoke.org/blog/amsn_tkdnd/amsn_tkdnd.tar.gz
เมื่อได้มาก็ให้แตกที่ root (/) เลยครับ
$ sudo tar vxfz amsn_tkdnd.tar.gz -C /

รูปที่ 1 ลากแฟ้มจาก Nautilus หรือ บน Desktop ก็ได้

รูปที่ 2 วางลงในช่องพิมพ์ข้อความแฟ้มก็จะถูกส่งไปทันที
ขอให้มีความสุขกับ aMSN ครับ
ทุกครั้งที่ซื้อกล้องไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งหรือกล้องมือสองมักจะถามกันว่าจำนวนครั้งของการกด Shutter เท่าไหร่แล้ว ผมเองก็ตรวจดูเหมือนกัน ไม่ว่าตอนซื้อมา หรือ ตอนจะขายไป หลายคนสงสัยว่าทำไมเราจำเป็นต้องรู้ด้วย เหตุผลหลักๆ คือ กล้องแต่ละตัวจะมีอายุการใช้งานม่าน Shutter ไม่เท่ากัน เช่น D90 ประมาณ 100,000 D300 และ D700 ประมาณ 150,000 และ D3 ประมาณ 300,000 แต่ก็ไม่ได้ตรงๆ นะบ้างก็ตายก่อน บ้างก็ตายหลังไม่แน่นอนแต่อยู่ราวๆ นั้น ถ้าเราซื้อมือหนึ่งมา จุดประสงค์การดูคือ เราโดนย้อมแมวหรือไม่ ถ้ากล้องใหม่ๆ มันไม่ควรโดนกดมาเยอะ บางทีกล้องที่เราซื้อาจจะเป็นตัวที่ให้ลูกค้าทดลองก็เป็นได้ใครมาก็กดทดลองดู เป็นต้น โดยส่วนใหญ่กล้องเมื่อผ่าน QC มาแล้วมันควรจะเป็น 0 ถ้ามีมากกว่าศูนย์ แสดงว่ามีการแกะกล่องทดลองถ่ายมาก่อนหน้านี้แล้ว อันนี้ล่าสุดผมถอยมาภาพแรกของผมมีค่าเท่ากับ 1 เลย ส่วนกรณีการซื้อมือสอง เราจำเป็นต้องรู้เพราะจะได้คำนวณดูว่าคุ้มกับราคาหรือไม่บางทีกล้องอาจจะซื้อมาไม่นาน แต่เล่นกดมาซะครึ่งแสนมาขายเราตีราคาตามอายุกล้องก็ไม่ได้เหมือนกัน ก็ต้องดูทั้งอายุกล้อง และ จำนวนการกด Shutter ด้วยหรือ ก่อนเราจะขายเราก็ต้องเตรียมข้อมูลไว้ตอบคนซื้อ ไว้ตีราคา เป็นต้น
สำหรับกล้อง Nikon แล้วมันมีข้อมูลแปะอยู่ใน Exif ด้วยกล้องอื่นๆ อาจจะมีเหมือนกันแต่ผมไม่ขอกล่าวเพราะไม่มีข้อมูลอยู่ในมือนะครับวิธีดูบน Mac และ Linux จะง่ายมากๆ บน Windows ผมไม่กล่าวถึงละกันเพราะต้องหาโปรแกรมมาเพิ่มวุ่นวาย ข้อมูลบน Net มีเยอะแล้ว ผมแนะนำบน Mac กับ Linux นะครับ
บน Linux
ผมใช้ Ubuntu 9.10 Gnome Desktop ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมอะไรเพิ่มเติมวิธีการง่ายๆ คือ

ว่าด้วยการเชื่อมต่อ iPhone กับ Ubuntu 9.10 แบบ Ext HDD

หลังจากได้ค้นหาข้อมูลการเชื่อมต่อ iPhone 3GS กับ Karmic มาสักระยะเลยอยากบันทึกไว้สักหน่อยซึ่งเนื้อหาที่จะเขียนไม่ได้ใหม่ไปกว่าข้อมูลที่มีอยู่บน Internet ในตอนนี้ก็อ่านเพือเป็นแนวทางในการค้นคว้าต่อไปนะครับ
ก่อนอื่นมาดูข้อจำกัดของ iPhone ที่ทำงานกับ Linux กันก่อน
ข้างบนเป็นข้อจำกัดที่รับรู้กันโดยทั่วไปอยู่แล้ว แต่ถ้าใครที่ใช้เครื่องที่ผ่านการ Jailbreak มาแล้วก็จะสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ เฃ่น
แต่ที่ผมจะเขียนบันทึกในวันนี้นั้นเฉพาะเรื่องการ mount iPhone แบบ External Harddisk เท่านั้นนะครับ ซึ่งเครื่องผมเป็นเครื่องที่ไม่ได้ผ่านการ Jailbreak มาแต่อย่างใด
ข้อมูลทั้งหมดผมได้มาจากเว็บ : http://marcansoft.com
การเตรียมตัว และ การติดตั้งไม่ได้ยุ่งอยากอะไรสำหรับ Karmic ทำได้ในเวลาไม่กี่นาทีดังนี้
สิ่งที่ต้องเตรียม
GPS tracking powered by InstaMapper.com
จริงๆ จะเขียน Blog นี้ตั้งนานแล้วทิ้งไว้นานเป็นเดือนเชียว เหตุเกิดขึ้นที่ห้อง Lab ที่ทำงานนี่แหละกำลังนั่งทำงานอยู่ ก็มีลุงคนหนึ่งหอบของรุงรังกดกริ่งหน้าห้อง เมื่อเปิดประตูให้ก็เข้ามาหาคนช่วยดูเครื่องคอมพิวเตอร์ให้หน่อย จริงๆ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยสำหรับที่นี่มีคนแบกเครื่องมาให้ดูกันบ่อยๆ แต่ที่ผมประทับใจมันมีอยู่ว่า ลุงแกเดินทางมาจากปัตตานีด้วยขบวนรถไฟ ขบวนก่อนที่จะตกรางตรงประจวบ คอมพ์เป็นเครื่อง PC ของ ICT รุ่นแรก แกห่อมาด้วยแผ่นป้ายผ้าใหญ่ๆ ม้วนๆ ห่อๆ มัดด้วยเชือกฟางบ้าง ไนล้อนบ้าง อย่างแน่นหนา นึกภาพตามกันออกไหม เสียดายผมไม่ได้ถ่ายรูปไว้เพราะมัวแต่ตกตะลึงกับเหตุการณ์อยู่ แค่ได้ยินว่า ปัตตานี บวกกับเห็นก้อนผ้ามัดเชือกก็ระทึกแล้วครับ ฮ่าๆ มาถึงแกก็เล่าอาการให้ฟังพร้อมกับแกะห่อผ้าออก โดยให้น้องฝึกงานเป็นคนช่วย สรุปได้ว่าเป็นเครื่อง ICT รุ่นแรก ยังใช้ LinuxTLE 5.5 หน้าตายังเหมือนเดิมทุกประการ แกใช้มากี่ปีแล้วละเนี๊ยะ แกบอกว่ามันบู๊ตไม่ขึ้นช่วยดูให้หน่อย ถ้าไมได้ยังไงเดี๋ยวแกจะเอาไปโยนคลองรังสิตแล้วซื้อใหม่เสีย ฮ่าๆ แกตลกนะครับไม่ได้จริงจัง แกบอกว่าไม่ต้องรีบแกจะทิ้งไว้สองสามวันแกจะไปเที่ยวกรุงเทพก่อน แล้วจะเข้ามารับวันหลังแกยังไม่ได้นอนเลย พวกผมก็รับปากจะดูให้ไม่ต้องเป็นห่วง แกยังเล่าต่อว่าแกโทรไปที่กระทรวง ICT มาแล้วเขาไม่รับดูให้แล้วมันหมดโครงการไปนานแล้ว แกเลยแบกมาที่นี่แหละ
ช่วงนี้อาจจะดูเหมือน Zealot แต่จริงๆ ถ้าจะเรียกผมว่า Zealot ก็ไม่ว่า ฮ่าๆ ผมใช้ทั้งลินุกซ์ แมค หรือบางครั้งถ้าเจอเรื่องบังคับมากๆ ก็เปิดวินโดว์ขึ้นมาใช้เหมือนกัน ไม่ใช่ปัญหา มีอะไรตั้งอยู่ตรงหน้าผมควรจะใช้มันได้ นั้นแหละความสุขของผม ถ้าใช้มันไม่ได้สิผมเป็นทุกข์แย่เลย เพราะเห็นหลายคนทำตัวเมพๆ เจอโอเอสที่ตัวเองไม่ได้เล่นแล้วทำแหยงๆ ฮ่าๆ ว่าเข้าไป พอแค่นี้ก่อนเดี๋ยวโดนยำ
พอดีผมนึกสนุกขึ้นมา หาตัว Airport Express มาทำเน็ตเล่นภายในห้อง แล้วตัว share net ของ Leopard มันไม่ยอมทำงานให้ผม อันนี้จนปัญญาจริงๆ ครับตอนแรกก็ถอดใจแล้วนั่งทำตั้งแต่ตอนค่ำยันเที่ยงคืนไม่ยอมแซร์ให้ผมจริงๆ เลยลองค้นหาดูพบคำสั่งคล้ายๆ บนลินุกซ์ เรื่องการทำ NAT เลยลองดูสักหน่อยเพราะใกล้จะหลับแล้ว พบว่ามันได้เฉยเลย แม่เจ้า เลยไม่ได้นอนเลยคราวนี้ ครั้นจะเขียน Blog เว็บดันตายซะอีก เลยปล่อยๆ มันรอให้ db server คืนสภาพเดี๋ยวก็ดีเองเพราะทำอะไรไม่ได้มากเช่าเค้ามาอีกที
มาดูวิธีแบบมั่วๆ ของคนหัดเล่นแมคครับ
ขั้นแรกวางแผนการเชื่อมต่อก่อน ผมรับ Net ด้วย Wireless ด้วย Leoperd แล้วผมจะ Share ผ่านทาง Ethernet ไปยัง Airport Express แล้วก็เอาตัวอื่นๆ มารับอีกที เพราะอะไรผมต้องทำแบบนี้ในเมื่อมี Wireless ให้ใช้ เหตุผลคือห้องผมรับสัญญาณไม่ค่อยได้ สัญญาณมันเดินทางไกลพอสมควรจากอาคาร Pilot Plant ของ Biotec เครื่องที่รับได้คือ iMac นอกนั้นแล้วแต่โชครับได้บ้างไม่ได้บ้าง ผมเลยมีความคิดนี้ขึ้นมา

แผนการเชื่อมต่อ
Recent comments
16 weeks 4 days ago
16 weeks 4 days ago
16 weeks 4 days ago
18 weeks 10 hours ago
18 weeks 1 day ago
18 weeks 5 days ago
18 weeks 5 days ago
18 weeks 5 days ago
20 weeks 1 day ago
20 weeks 3 days ago